การแจ้งเกิด
15 October 2009
Posted in
บริการกงสุล
คลอดลูกที่โรงพยาบาลแล้วต้องทำอย่างไรต่อไป
กรอกข้อความในใบแจ้งการเกิด “ชุทเซโทโดเก” ซึ่งเป็นใบเดียวกันกับใบรับรองการเกิด“ชุทเซโชเมโช” ที่ได้จากโรงพยาบาล และรีบนำไปแจ้งเกิดที่อำเภอ/เขตญี่ปุ่นภายใน 14 วัน
คลอดลูกที่ญี่ปุ่นแล้วอยากให้เด็กมีสัญชาติไทยควรทำอย่างไร
ไปแจ้งเกิดเพื่อทำสูติบัตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา เวลาไปแจ้งเกิดให้บุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่จำเป็นต้องนำเด็กไปด้วย และจะต้องไปแจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ภายใน 15 วันหลังวันคลอด ในกรณีที่ไม่สามารถมาแจ้งได้ภายใน 15 วัน ก็สามารถมาแจ้งเกิดในภายหลังได้ แต่ควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของบุตร
เอกสารที่ใช้ประกอบการแจ้งเกิด
เอกสารทุกประเภทจะต้องใช้เอกสารฉบับจริง พร้อมสำเนาอย่างละ 1 ชุด ยกเว้นใบแจ้งเกิดจากโรงพยาบาล และใบรับรองการเกิดจากอำเภอญี่ปุ่นที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องใช้สำเนาจำนวน 1 ชุด โดยแบ่งเป็นเอกสารของบิดา มารดา และบุตรดังนี้
(1) เอกสารของบิดา หรือมารดาที่เป็นคนไทย
1. คำร้องขอนิติกรณ์ (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวโหลดได้ที่นี่)
2. บันทึกคำให้การของมารดา (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวโหลดได้ที่นี่ )
3. คำร้องขอจดทะเบียนคนเกิด (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือ ดาวโหลดได้ที่นี่)
4. หนังสือเดินทางไทยตัวจริง พร้อมสำเนา หน้าที่มีรูปถ่าย หน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง และหน้าเปลี่ยนนามสกุล กรณีมีวีซา กรุณาถ่าย สำเนาหน้าวีซามาด้วย 1 ชุด
5. บัตรประจำตัวประชาชนไทยตัวจริงหรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่ายหรือเอกสาร รับรองบุคคลคัดจากฐานข้อมูลทะเบียนบัตรประจำตัวประชาชนมีหน้าตนเองติด พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง1 ชุด
6. สำเนาทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือสำเนาที่มีตราอำเภอรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมสำเนา 1 ชุด
7. บัตรประจำตัวคนต่างด้าว (ไกโคคุจินโทโรคุโช)
8. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัวจริง หากเคยเปลี่ยนชื่อมาก่อน พร้อมสำเนา 1 ชุด
9. ใบสำคัญการสมรสตัวจริงหรือใบทะเบียนฐานะแห่งครอบครัวสมรส พร้อมสำเนา 1 ชุด (กรณีบิดามารดาสมรส)
10. กรณีบิดามารดายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสหรือบิดามารดาสมรสภายหลังบุตรเกิด ต้องพาบิดาและพยาน การแจ้งการเกิด 2 คน มาสอบสวนที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว และต้องเตรียมเอกสารตามข้อ 1-3
(2) เอกสารประจำตัวบุตร
1. ใบรับการแจ้งการเกิดและใบรับรองการเกิด (ใบคิซาอิจิโกโชเมโชหรือใบชุทโชโทโดเกะ และ ใบชุทโชโชเมโช) ขอจากอำเภอญี่ปุ่นหรือกระทรวงยุติธรรมซึ่งต้องผ่านการรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ี่ ใช้ใบรับรองจากอำเภอญี่ปุ่นที่เรียกว่า ใบจุริโชเมโชแทนไม่ได้
(ดาวโหลดตัวอย่างใบแจ้งเกิด )
2. รูปถ่าย (ถ่ายรวมกัน 3 คน บิดามารดาและบุตร โดยเห็นหน้าชัดๆ) 1 รูป
(3) เอกสารของบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นหรือชาติอื่นๆ
1. คำร้องขอนิติกรณ์ - ฉบับภาษาญี่ปุ่น (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวโหลดได้ที่นี่)
2.ใบปะหน้าแจ้งเกิด(ดาวโหลดได้ที่นี่ )
3. หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่รถยนต์ พร้อมสำเนา 1 ชุด
4. ใบทะเบียนครอบครัวญี่ปุ่น (โคเซกิโทฮอง) ซึ่งผ่านการรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น
5. หนังสือประจำตัวคนต่างด้าว และบัตรประจำตัวคนต่างด้าว (ไกโคคุจินโทโรคุโช)
หมายเหตุ:
เอกสารทุกชนิดใช้ตัวจริง 1 ชุด และต้องถ่ายเอกสารมาอย่างละ 1 ชุด
แจ้งเกิดตามกฎหมายไทยที่สถานเอกอัครราชทูตฯไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่หากมีการรับรองเอกสารที่เกี่ยวข้อง จะต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับการรับรองเอกสาร ฉบับละ 2,000 เยน
หากประสงค์จะแจ้งเกิดบุตร 2 คนหรือมากกว่า กรุณาจัดเตรียมเอกสารต่างๆ เพิ่มตามจำนวนบุตรด้วย
ทำสูติบัตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ใช้เวลาดำเนินการนานประมาณ 2 สัปดาห์
ข้อแนะนำอื่นๆ
เฉพาะผู้ที่บิดา-มารดามีทะเบียนสมรสถูกต้อง แต่อาศัยในเขต/อำเภอที่ห่างไกลจากสถานเอกอัครราชทูตฯ โดยใช้เวลาเดินทางมากกว่า 3 ช.ม. นั้น สามารถขอรับเอกสารและยื่นคำร้องทางไปรษณีย์ได้ โดย
1) ขอรับเอกสาร ด้วยการเขียนจดหมายพร้อมส่งซองเปล่าจ่าหน้าซองถึงตนเอง และติดแสตมป์ 120 เยน ไปยังแผนกทะเบียนราษฎร สถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อรับคำร้องไปกรอกที่บ้าน หรือ สามารถดาวโหลดคำร้องได้ตามเอกสารที่แจ้งไว้ข้างต้น
2) ยื่นคำร้องและเอกสารต่างๆ โดยส่งทางไปรษณีย์ไปยังสถานเอกอัครราชทูตฯ
แจ้งเกิดบุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อหรือไม่
ควรทำหนังสือเดินทางไทยให้บุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ฯ และเพิ่มชื่อบุตรเข้าในทะเบียนบ้านไทย หากไม่ทำการเพิ่มชื่อบุตรเข้าทะเบียนบ้านไทย บุตรจะเสียสิทธิในประเทศไทย เช่น บุตรอาจจะไม่สามารถเข้าโรงเรียนในประเทศไทยได้
การเพิ่มชื่อบุตรเข้าทะเบียนบ้านไทย
สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่สามารถแจ้งอำเภอไทยเพื่อเพิ่มชื่อเด็กเข้าทะเบียนบ้านไทยให้ได้ ท่านต้องไปแจ้งที่อำเภอไทย ซึ่งโดยทั่วไปต้องไปติดต่อด้วยตนเอง เนื่องจากต้องแสดงหนังสือเดินทางไทยของเด็กที่ได้รับการประทับตราเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยไปแสดง อย่างไรก็ตาม ควรสอบถามจากอำเภอ/เขตโดยตรง
เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้
1.หนังสือเดินทางไทยของบุตรที่ได้รับการประทับตราเข้าประเทศไทยจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทย สูติบัตรที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตฯ หรือสถานกงสุลใหญ่ (หากไม่ได้ทำหนังสือเดินทางไทยให้บุตรที่สถานเอกอัครราชทูตฯ และเดินทาง เข้าประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศอื่น หรือใบสำคัญประจำตัว (ใบซี.ไอ) ก็สามารถเพิ่มชื่อเด็กเข้าทะเบียนบ้านไทยได้ แต่ต้องไปติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยเพื่อทำการพิสูจน์สัญชาติเด็กก่อน)
2. เอกสารประจำตัวบิดา/มารดาที่มีสัญชาติไทย เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส

