การขอจดทะเบียนสมรสที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
นั้น ผู้ที่จะทำการสมรสทั้งสองฝ่ายจะต้องยื่นคำร้องด้วยตนเองที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
หรือสถานกงสุลใหญ่ โดยจะต้องเตรียมเอกสารของผู้ร้องทั้งสองฝ่ายตามที่ระบุดังต่อไปนี้มาให้ครบถ้วน
1. คำร้องขอนิติกรณ์ (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวโหลดได้ที่นี่)
2. บันทึกการสอบสวน
(ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวโหลดได้ที่นี่)
3. คำร้องขอจดทะเบียนสมรส (ขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตฯ หรือดาวโหลดได้ที่นี่)
4. บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือบัตรเหลืองติดรูปถ่าย หรือหนังสือรับรองบุคคลติดรูปถ่าย
หรือ ใบต้นขั้วคำร้องขอมีบัตรประชาชน มีตรารับรองจากอำเภอ หรือเอกสารรับรองบุคคลออกโดยกรมการปกครอง
พร้อมสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง 1 ชุด
5. ทะเบียนบ้านไทยตัวจริง หรือฉบับที่มีตรารับรองจากอำเภอ พร้อมสำเนา 1 ชุด
6. หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนา หน้าที่มีรูปถ่าย หน้าต่ออายุหนังสือเดินทาง
และหน้าเปลี่ยนนามสกุล กรณีมีวีซ่า กรุณาถ่ายสำเนาหน้าวีซ่ามาด้วย 1 ชุด
7. ใบรับรองความเป็นโสดออกโดยอำเภอไทย โดยต้องผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์
กระทรวงการต่างประเทศไทย กรณีที่เคยทำการสมรสและเคยหย่า
จะต้องมีหนังสือรับรองว่าไม่เคยทำการสมรสกับผู้ใดภายหลังจากการหย่ามาแสดงด้วย
(ต้องผ่านการรับรองจากกองสัญชาติและนิติกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศไทย)
8. หากเคยแต่งงานมาก่อน ต้องนำใบสำคัญการหย่าตัวจริง หรือใบทะเบียนฐานะครอบครัวหย่า
พร้อมสำเนา 1 ชุด (กรณีที่เป็นหญิงไทย ต้องหย่าเกิน 310 วัน)
9.
รูปถ่ายสีขนาด 3x5 ซ.ม. จำนวน 1 ใบ.
* เอกสารหมายเลข 5 หากเป็นสำเนาซึ่งอำเภอไทยรับรองมานั้น ต้องออกให้ภายใน
3 เดือนนับถึงวันที่มายื่น
* หมายเหตุ: ในบางกรณีสถานเอกอัครราชทูตฯ อาจขอเอกสารจำเป็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย
เพื่อความถูกต้องเรียบร้อยในการจดทะเบียนสมรสให้ท่าน

ข้อแนะนำอื่นๆ
ตามกฎหมายใหม่ เมื่อสมรสแล้ว ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายสามารถเลือกใช้นามสกุลได้
ดังนี้
(1) คงใช้นามสกุลเดิมทั้งสองฝ่าย
(2) ฝ่ายหญิงใช้นามสกุลตามสามี
(3) ฝ่ายชายใช้นามสกุลตามภรรยา
(4) ฝ่ายหญิงใช้นามสกุลสามี ฝ่ายชายใช้นามสกุลภรรยา
*ส่วนฝ่ายหญิงเมื่อสมรสตามกฎหมายไทยแล้ว ต้องเปลี่ยนคำนำหน้านามจากนางสาวเป็น
“นาง” ด้วย
