ถูกสามีทำร้าย
ถือว่าสามีทำผิดกฎหมายใช่หรือไม่ แจ้งตำรวจได้หรือไม่่
ถูกต้อง การทำร้ายร่างกายถือว่ามีความผิดอาญา ไม่ว่าคนที่ทำร้ายจะเป็นใครสามารถแจ้งความได้
การแจ้งความกับตำรวจควรไปแจ้งตำรวจในขณะมีบาดแผล หรือถ่ายรูปบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายไว้
เพื่อเป็นหลักฐานในการเอาผิดกับคนกระทำ และควรจดบันทึกว่าถูกทำร้ายอย่างไร
ที่ไหน เมื่อไร หากมีใบรับรองแพทย์ด้วยก็จะเป็นหลักฐานในการเอาผิดได้
ทนการทำร้ายของสามีไม่ไหว จะหนีไปพึ่งที่ไหนดี
ปรึกษากับประชาสงเคราะห์ (ฟุคุชิ) ประจำที่ว่าการตำบลหรืออำเภอที่ได้ลงทะเบียนคนต่างชาติไว้
หรือติดต่อหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติ หรือติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ
สื่อสารเป็นภาษาไทยกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่ช่วยเหลือคนต่างชาติได้หรือไม่
ได้ มีกลุ่มอาสาสมัครที่พูดภาษาไทยได้ คือ
1. บ้านศาลา หมายเลขโทรศัพท์ (045) 901-3527
2. มิซูระ หมายเลขโทรศัพท์ (045) 451-3776
3. บ้านเฮลป์ หมายเลขโทรศัพท์ (03) 3368-8855
ไม่มีวีซ่า ถูกสามีซึ่งเป็นคนชาติอื่นทำร้าย จะสามารถขอความช่วยเหลือจากประชาสงเคราะห์ญี่ปุ่นได้หรือไม่
ได้ กฎหมายเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายไม่ได้ใช่แค่เฉพาะสามีชาวญี่ปุ่นเท่านั้น
แต่สามารถใช้กับสามีทุกชาติ
ต้องการหย่ากับสามีเพราะสามีชอบทำร้าย แต่ถ้าหย่าก็ไม่สามารถเลี้ยงลูกได้
ควรทำอย่างไร
กรณีหญิงหย่ากับสามีและต้องเลี้ยงดูบุตร สามารถติดต่อที่ประชาสงเคราะห์ประจำที่ว่าการตำบลหรืออำเภอได้
เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นมีเงินช่วยเหลือ แต่บุตรต้องมีสัญชาติญี่ปุ่น และในเอกสารการหย่าหรือใบทะเบียนครอบครัวหย่า
ต้องระบุให้
ชัดเจนว่ามารดาเป็นผู้ดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว
- ในกรณีที่ไม่มีวีซ่า มารดาก็ขอสามารถยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อเลี้ยงดูบุตรในญี่ปุ่นได้
- หากตอนหย่า ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้เลี้ยงดูบุตร ก็ต้องยื่น
คำร้องให้ศาลครอบครัวพิจารณา หากฝ่ายใดไม่มีรายได้หรืออาชีพที่มั่นคงที่เป็นหลักประกันว่าจะสามารถเลี้ยงดูบุตรได้
โอกาสที่จะแพ้คดีความก็มีสูง
ตนเองไม่มีวีซ่า ไม่ได้จดทะเบียนสมรส บุตรยังไม่ได้สัญชาติญี่ปุ่น สามารถอยู่ในญี่ปุ่นต่อไปได้หรือไม่
หากบิดาของเด็กเป็นชาวญี่ปุ่น และยินยอมรับว่าเด็กเป็นบุตร ก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งว่าบุตรเป็นชาวญี่ปุ่น
จากนั้น ก็ยื่นคำร้องขอวีซ่าเพื่อเลี้ยงดูบุตรในญี่ปุ่นได้
หากเกิดกรณีฉุกเฉิน เช่นถูกสามีทำร้ายในเวลากลางคืน ควรจะติดต่อที่ใด
โทรแจ้งที่หมายเลข 110
ต้องการหย่ากับสามี เพราะถูกสามีทำร้าย
แต่สามีไม่ยอมหย่า และหากยอมหย่าสามีก็จะนำบุตรไปเลี้ยงดู ควรทำอย่างไร
ควรจะปรึกษากับประชาสงเคราะห์ประจำตำบลหรืออำเภอ หรือกลุ่มอาสาสมัครและควรปรึกษาทนายเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาหย่าขาดจากสามี
โดยอาจเรียกร้องค่าสินไหมและค่าเลี้ยงดูบุตรได้จนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ
หรือจนกว่าฝ่ายหญิงจะทำการจดทะเบียนสมรสใหม่
ถ้าขึ้นศาล ต้องเจอกับสามีอีกหรือไม่ กลัวจะถูกทำร้ายอีก
ในกรณีการฟ้องหย่าเนื่องจากการถูกสามีทำร้ายนั้น ศาลจะพยายามไม่ให้ฝ่ายหญิง
และฝ่ายชายพบกัน ฝ่ายหญิงสามารถให้ทนายเป็นตัวแทนในการขึ้นศาลได้โดยที่ฝ่ายหญิงรอในห้องพิเศษที่ศาลจัดเตรียมไว้ให้
สามีบอกว่าถ้าหย่าแล้ว ตนจะไม่มีสิทธิในการเลี้ยงดูบุตร และต้องกลับประเทศไทยจริงหรือไม่
ไม่จริง หญิงชาวต่างชาติมักมีความเข้าใจผิดว่าถ้าหย่ากับสามีแล้ว จะต้องกลับประเทศตัวเองและไม่มีสิทธิในการเลี้ยงลูก
มีหญิงชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากที่ฟ้องหย่าจากสามีชาวญี่ปุ่น และชนะคดี โดยได้รับสิทธิในการเลี้ยงดูลูกต่อไป
อย่างไร
ก็ตาม ขั้นตอนในการดำเนินการฟ้องหย่าจนเสร็จสิ้นคดีมักจะใช้เวลานาน
จึงต้องมีความอดทน
ถูกสามีทำร้าย ต้องการหนีไปขอความช่วยเหลือประชาสงเคราะห์และฟ้องหย่า ต้องทำอย่างไร
1) ควรจะจดบันทึกว่าถูกสามีทำร้ายเมื่อไร ที่ไหน บาดแผลเป็นอย่างไร
และควรถ่ายรูปบาดแผลของตัวเองเอาไว้ และหากไปหาแพทย์เพื่อตรวจบาดแผล
หรือรอยชํ้า ก็ควรขอใบรับรองแพทย์เอาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการฟ้องศาลต่อไป
2) ในกรณีที่หนีออกมาแล้วและพักอยู่ในบ้านพักฉุกเฉิน หากมีการกรอกเอกสาร
เกี่ยวกับที่อยู่นั้น ไม่ควรเขียนที่อยู่ของตัวเอง ควรใช้ที่อยู่ของทนายความ
3) ไม่ควรใช้บัตรประกันสังคมที่ทำร่วมกับสามี เพราะจะทำให้สามีตามพบได้
4) ในขั้นตอนของการเจรจาประนีประนอมกันหรือการขึ้นศาล หากไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้
ควรหาล่ามแปล แต่ในกรณีที่ขึ้นศาลเพื่อให้ได้สิทธิในการเลี้ยงบุตรนั้น ควรพยายามพูดด้วยตนเองเพราะจะทำให้ศาลเห็นความพยายามของมารดา
ซึ่งจะเป็นการแสดงถึงความสามารถในการเลี้ยงดูบุตรได้ด้วยตัวเอง
5) การขึ้นศาลหรือการขอความช่วยเหลือจากประชาสงเคราะห์ จำเป็นต้องเปิดบัญชีธนาคารเอาไว้
เพราะจะต้องมีการโอนเงิน ในกรณีนี้ไม่ควรใช้ที่อยู่ของตนเองควรใช้ที่อยู่อื่นแทน
6) การฟ้องหย่าเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน ต้องใช้ความอดทนสูง
ต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตร
จะไปปรึกษาที่ไหนดี
ปรึกษาศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาเยาวชนหรือศูนย์ให้คำปรึกษาทางการศึกษา
(ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาเยาวชนโตเกียว หมายเลขโทรศัพท์ (03) 5500-0335
ศูนย์ให้ปรึกษาการศึกษาโตเกียว หมายเลขโทรศัพท์ (03) 3493-8008)
เด็กที่อาศัยอยู่ข้างๆ บ้านมักจะถูกมารดาทุบตีเสมอ ควรจะโทรแจ้งที่ไหนได้
ศูนย์ปรึกษาเด็กในเมืองที่พำนักอยู่
(ศูนย์ปรึกษาเด็กโตเกียว หมายเลขโทรศัพท์
(03) 3208-1121)