เมื่อถูกจับกุม
กระบวนการจะเป็นอย่างไร
กระบวนการต่างๆ จะขึ้นอยู่กับข้อหาและความผิดที่กระทำ
โดยปกติแล้วตำรวจจะทำการสอบสวนและต้องพิจารณาส่งเรื่องไปอัยการภายใน 48
ช.ม. เพื่อให้อัยการตัดสินว่าจะปล่อยตัวหรือขอควบคุมตัว และภายใน 72 ช.ม.
หลังถูกจับกุม อัยการจะสอบสวน
ผู้ต้องหาเพื่อพิจารณาว่าจะร้องต่อศาลเพื่อขอควบคุมตัวต่อไปหรือไม่ หากอัยการไม่ร้องขอ
ก็จะได้รับการปล่อยตัว
หากศาลตัดสินให้ควบคุมตัวแล้ว ตำรวจมีสิทธิควบคุมตัวได้นานแค่ไหน
ตำรวจมีสิทธิควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 10 วัน และมีสิทธิขอควบคุมตัวต่อเพิ่มขึ้นได้อีก
10 วัน โดยในระหว่างที่ควบคุมตัว ตำรวจและอัยการจะสอบสวนว่าทำผิดจริงตามข้อกล่าวหาหรือไม่
หากอัยการสอบสวนและตัดสินส่งฟ้องศาลแล้ว กระบวนการต่อไปเป็นอย่างไร
หลังการส่งฟ้องแล้วจะไม่มีการสอบสวนผู้ต้องหาจากตำรวจหรืออัยการ แต่ผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวจนเสร็จสิ้นการพิจารณาคดีในศาล
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหามีสิทธิขอประกันตัวได้
การพิจารณาคดีในศาลเป็นอย่างไร
ผู้พิพากษาจะเป็นผู้กำหนดวันพิจารณาคดี และหากจำเลยไม่มีทนายความ ผู้พิพากษาก็จะจัดหาทนายความให้
เมื่อพิจารณาคดีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ตัดสินว่าจำเลยผิดจริงหรือไม่
หากมีความผิดจริง จะถูกลงโทษสถานใด
การรอลงอาญา คืออะไร
ตัวอย่างเช่นในกรณีที่ผู้พิพากษาตัดสินว่าจำเลยกระทำความผิดจริง ลงโทษจำคุก
2 ปี แต่ให้รอลงอาญา 4 ปี หมายความว่าจะปล่อยตัวจำเลยเป็นอิสระ
หากในช่วงเวลา 4 ปีไม่กระทำความผิดอีกเลย ก็ให้ถือว่าโทษนั้นสิ้นสุด
แต่หากในช่วงรอลงอาญานี้ ได้กระทำความผิดอีก จำเลยจะต้องถูกลงโทษจำคุก 2
ปีบวกเพิ่มกับโทษใหม่
หากจำเลยถูกตัดสินรอลงอาญาและถูกปล่อยตัว แต่ไม่มีวีซ่า
จะเป็นเช่นไร
ศาลจะส่งตัวจำเลยไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น
เพื่อส่งตัวกลับประเทศต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกเนรเทศกลับ
จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 5 ปี
หากถูกจับและควบคุมตัว
ผู้ต้องสงสัยมีสิทธิอะไรบ้างที่ควรได้รับ
สิทธิต่างๆ ที่ผู้ต้องสงสัยควรได้รับ มีดังนี้
- สิทธิที่จะไม่ให้ปากคำใดๆ ต่อตำรวจหรืออัยการ โดยไม่มีทนายความอยู่ด้วย
- สิทธิขอแต่งตั้งทนายความ
- สิทธิขอพบทนายตามลำพัง
- สิทธิในการขอประกันตัว
- สิทธิที่จะได้รับอาหารตามกำหนดเวลา พร้อมทั้งสามารถขอซื้ออาหารอื่นทดแทนได้
- สิทธิที่จะได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์เมื่อเจ็บป่วย
- สิทธิในการให้คนในครอบครัว ญาติมิตรเข้าเยี่ยมได้ หรือนำของใช้ส่วนตัวฝากให้
โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนควบคุม ยกเว้นกรณีที่ศาลสั่งห้ามเยี่ยมหรือรับของฝาก
- สิทธิในการขอส่งจดหมาย แต่จดหมายจะถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ก่อน
ระหว่างถูกสอบสวน ควรปฏิบัติอย่างไร
ข้อควรจำระหว่างถูกสอบสวน คือ
- อย่ายอมรับในสิ่งที่ตนเองไม่ได้กระทำ
- หากในบันทึกคำให้การมีข้อความผิดพลาดจากข้อเท็จจริง ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อแก้ไขให้ถูกต้องโดยทันทีก่อนที่เรื่องจะถูกส่งไปถึงศาล
เมื่อถูกจับกุม จะแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้อย่างไร
และสถานเอกอัครราชทูตฯ สามารถช่วยอะไรได้บ้าง
เมื่อถูกจับกุมไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ผู้ต้องสงสัยที่เป็นคนไทยมีสิทธิที่จะติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ
โดยต้องแจ้งความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ต้องการให้สถานเอกอัครราชทูตฯ
(ไทยไทชิกัง) รับทราบเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือต่างๆ จากนั้น
เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ก็จะได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิที่จำเลยสมควรได้รับ
และจะได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาทางช่วยเหลือ พร้อมทั้งดำเนินการช่วยเหลือ
หากไม่ได้รับสิทธิที่พึงได้รับ หรือไม่ได้รับความยุติธรรม
รวมถึงช่วยติดต่อญาติในประเทศไทย หรือติดต่อจัดหาล่ามหรือทนายความให้
ไม่มีวีซ่า เมื่อถูกจับกุม จะแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้หรือไม่
ได้