นายแพทย์ทาคาชิ ซาวาดะ อายุรแพทย์ประจำคลีนิค Minatomachi เมืองโยโกฮามา และที่ปรึกษาด้านสุขภาพประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ สัมภาษณ์และสอบถามในเรื่องการทำงาน ชีวิตส่วนตัว และเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น คุณหมอมีความคิดว่าอยากจะเป็นหมอตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมต้น ตอนสมัยเด็กชอบวิชาภูมิศาสตร์มาก และฝันว่าได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก หลังจากนั้นเริ่มสนใจเรื่องการรักษาโรคในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศด้อยพัฒนา ในสมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย คุณหมอก็ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศไทย เพึ่อเข้าร่วมประชุมนักเรียนแพทยศาสตร์แห่งเอเชีย ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของคุณหมอ ในระหว่างที่พำนักอยู่ในประเทศไทยนั้น ได้มีโอกาสไปเยี่ยมโรงพยาบาลในต่างจังหวัด สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน อาศัยพักที่วัด ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ ทำให้คุณหมอมีความประทับใจในประเทศไทย และความมีน้ำใจ โอบอ้อมอารีของคนไทยเป็นอย่างมาก หลังจากที่สำเร็จการศึกษาแล้ว คุณหมอได้ปฏิบัติงานในฐานะนายแพทย์ในต่างประเทศครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากนั้น ได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของโครงการสาธารณสุขพื้นบ้านเพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์ขององค์กร NGO ซึ่งใช้ชื่อว่า SHARE จึงทำให้มีความผูกพันประเทศไทยและผู้ป่วยโรคเอดส์มากขึ้น หลังจากนั้น คุณหมอซาวาดะได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาโท คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปี พ.ศ.2539 และจบการศึกษาใน 2 ปีถัดมา และมีความคิดว่า อยากจะนำความรู้ที่ได้เรียนมา สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และให้การศึกษาเรื่องความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงการป้องกันตัวเองจากโรคต่างๆ ให้กับชาวบ้านที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้ลดจำนวนการเจ็บป่วยลงได้บ้างไม่มากก็น้อย สำหรับ Minatomachi คลีนิคนั้นป็น คลีนิคที่ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว โดยมีผู้ป่วยชาวต่างชาติประมาณ 10,000 คน จากประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศ และพบว่าผู้ป่วยจำนวนมาก อาจไม่กล้าไปหาหมอหรือไม่มีโอกาสไปโรงพยาบาล ในขณะที่อีกหลายรายมาที่คลีนิคเมื่ออาการหนักมากแล้ว สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจาก ชาวต่างชาติที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ไม่มีบัตรประกันสุขภาพ จะไม่ได้รับการช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาลจากรัฐบาล จึงไม่กล้าที่จะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ดีผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากโรคร้ายไม่มีการเลือกสัญชาติ ไม่เกี่ยวกับวีซ่า คุณหมอจึงได้แต่หวังว่า น่าจะมีการเสนอให้แก้ไขระเบียบการเกี่ยวกับการรักษาโรค โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน จนถึงปัจจุบัน คุณหมอได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบําบัดรักษาโรค รวมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยในอนาคตคาดหวังว่า อยากจะช่วยเหลือและให้การศึกษาคนไทยอาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ให้หันมาใส่ใจสุขภาพและป้องกันตนเองจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ให้มากขึ้น นอกจากนี้ คุณหมอยังเปิดฝึกอบรมล่ามและอาสาสมัครด้านการรักษาโรค รวมทั้งยังจัดทำข้อมูลที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อระบบการจัดการให้กับโรงพยาบาลต่างๆ โดยอยู่บนพื้นฐานของสถานการณ์จริงในปัจจุบันอีกด้วย คุณหมอซาวาดะ ไม่เพียงแต่มีส่วนร่วมในด้านการบำบัดรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทและแนวคิดที่จะพัฒนาระเบียบการรักษาโรค ระบบการประกันสุขภาพในสังคม ด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้คุณหมอซาวาดะได้รับความเชื่อถือจากคนไทยเป็นอย่างดีและช่วยสนับสนุนงานของสถานเอกอัครราชทูตฯ มาโดยตลอด โดยเฉพาะการจัดกรสุลสัญจรให้บริการคนไทยในเมืองต่างฯ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง สนใจอ่านกิจกรรมของคุณหมอซาวาดะเพิ่มเติมได้ที่นี่ สัมภาษณ์โดย นางทามิ ฮาชีโมโตะ ฝ่ายสารนิเทศ วัฒนธรรม สอท.ณ กรุงโตเกียว
สัมภาษณ์โดย นางทามิ ฮาชีโมโตะ ฝ่ายสารนิเทศ วัฒนธรรม สอท.ณ กรุงโตเกียว