Choose a language:
หน้าหลัก> เรื่องน่ารู้ชุมชนไทย - ญี่ปุ่น > การใช้ชีวิตประจำวันในญี่ปุ่น > ไฟฟ้า / แก๊ส / น้ำประปา / โทรศัพท์ / แท็กซี่
ปรับปรุงเมื่อ: 09-Dec-2005


บริการด้านกงสุล
ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ
วันหยุดสถานเอกอัครราชทูตฯ
กิจกรรมสถานเอกอัครราชทูตฯ
ทำเนียบข้าราชการ
สถานกงสุลใหญ่และ
สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในญี่ปุ่น
ที่ทำการสำนักงานอื่นๆ
ศูนย์การเรียนทางไกล ณ กรุงโตเกียว
เรื่องน่ารู้ชุมชนไทย-ญี่ปุ่น

ไฟฟ้า / แก๊ส / น้ำประปา / โทรศัพท์ / แท็กซี่ 
 
 

เมื่อย้ายเข้าที่พักแล้วต้องการใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไร
ในประเทศญี่ปุ่น แต่ละพื้นที่ถูกกำหนดให้ขึ้นอยู่กับบริษัทจำหน่ายไฟฟ้าใดบริษัทหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อย้ายเข้าบ้านแล้วและต้องเริ่มใช้ไฟฟ้า ให้โทรศัพท์แจ้งบริษัทตามเบอร์โทรศัพท์ที่ติดอยู่ข้างตู้ ควบคุมการเปิดปิดกระแสไฟฟ้า (เบรกเกอร์) หรือในบางบริษัทให้กรอกชื่อและวันที่ย้ายเข้า ลงในไปรษณียบัตรที่ติดอยู่ข้างตู้ โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1) เปิดสวิทช์เบรกเกอร์
2) เปิดสวิทช์อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว
3) เปิดสวิทช์เบรกเกอร์ที่จ่ายไปยังส่วนต่างๆ ของบ้าน

หากเบรกเกอร์ตัดไฟบ่อยๆ เป็นเพราะอะไร และควรทำอย่างไร
เนื่องจากมีการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในเวลาเดียวกันจำนวนมากเกินความสามารถของกำลังไฟฟ้า(แอมแปร์) ที่ได้ติดตั้งไว้ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น อาจลดการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด ในเวลาเดียวกันลง หรืออาจติดต่อเจ้าของบ้านขอเพิ่มจำนวนแอมแปร์หรือขอเปลี่ยนตัวเบรกเกอร์ ได้โดยไม่เสียค่าบริการใดๆ แต่ค่าไฟฟ้าพื้นฐานต่อเดือนจะสูงขึ้น

ระบบไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร
ระบบไฟฟ้าในญี่ปุ่นเป็นระบบ 100 โวลท์ 50 เฮิร์ทซ์ (ด้านแถบตะวันตกของประเทศญี่ปุ่นจะเป็น 60 เฮิร์ทซ์) จึงต้องระวังการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจากต่างประเทศ เพราะบางเครื่องจะใช้กับไฟ 220 โวลท์ โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทย หากประสงค์จะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก ประเทศไทยไปใช้ในญี่ปุ่น หรือนำจากญี่ปุ่นไปใช้ในประเทศไทย ก็ควรจัดเตรียมหม้อแปลงไฟฟ้า (transformer) ใช้ประกอบกันด้วย

เมื่อย้ายเข้าหรือย้ายออก ต้องดำเนินการในเรื่องแก๊สอย่างไร
ต้องแจ้งให้บริษัทแก๊สทราบล่วงหน้าก่อนวันย้ายเข้า เพื่อพนักงานจะไปตรวจสอบและเปิดวาล์วแก๊สโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้ อาจเช่าเครื่องแจ้งเตือนด้วยเสียงหากเกิดแก๊สรั่ว เมื่อต้องการย้ายออก ต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าเช่นกัน โดยต้องแจ้งวันย้ายออกพร้อมทั้งหมายเลขลูกค้าที่พิมพ์บนใบเสร็จรับเงินหรือใบแจ้งมิเตอร์ เพื่อพนักงานจะมาทำการตัดแก๊สและคิดเงินค่าแก๊สที่ค้างชำระ

ชนิดของแก๊สที่ใช้ในบ้านเหมือนกันทั้งประเทศญี่ปุ่นหรือไม่
ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ โดยสามารถแยกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือแก๊สจากถัง และแก๊สที่มาตามท่อส่ง โดยท่านสมควรตรวสสอบชนิดของแก๊สก่อนทำการใช้ เพื่อที่จะได้เลือกใช้เครื่องใช้แก๊สได้ตรงตามชนิด เนื่องจากหากใช้เครื่องใช้แก๊สไม่ตรงตามชนิดแก๊สที่มีอยู่นั้น อาจทำให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ซึ่งเป็นอันตรายมาก

ขั้นตอนตรวจสอบแก๊สเพื่อความปลอดภัยควรทำอย่างไร และหากได้กลิ่นแก๊สต้องทำ อย่างไรบ้าง
โปรดระวังสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้เป็นพิเศษในขณะกำลังใช้แก๊ส
- ตรวจสอบเปลวไฟทุกครั้งที่เปิดและปิดไฟ
- ปิดวาล์วแก๊สก่อนออกจากบ้านหรือก่อนเข้านอนทุกครั้ง
- ตรวจสอบระดับน้ำในอ่างให้เกินระดับท่อปล่อยแก๊สทุกครั้งก่อนเปิดแก๊ส
- ให้ภายในบ้านหรือห้องมีการระบายอากาศที่ดีขณะใช้แก๊ส
โปรดทำสิ่งต่อไปนี้เมื่อได้กลิ่นแก๊สหรือแก๊สรั่ว
- เปิดหน้าต่างและประตูให้กว้างที่สุด รีบออกจากห้อง และปิดวาล์วแก๊สใหญ่ด้านนอกบ้าน
- ติดต่อบริษัทแก๊ส
- อย่าเปิดหรือปิดสวิทช์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอย่ากระทำการอื่นที่ก่อให้เกิดประกายไฟ

ค่าแก๊ส และการชำระเงินเป็นอย่างไร
ค่าแก๊สจะประกอบด้วยค่าใช้พื้นฐาน และค่าแก๊สตามปริมาณที่ใช้ โดยจะมีการเรียกเก็บ
เป็นรายเดือน การชำระเงินมี 2 วิธีคือตัดจากบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ ซึ่งใบแจ้งจะส่งมาภายหลัง
และการรับใบแจ้งไปจ่ายผ่านธนาคาร หรือที่ทำการไปรษณีย์

เมื่อย้ายเข้าหรือย้ายออก ต้องติดต่อเรื่องการใช้น้ำประปาอย่างไร
ต้องแจ้งให้แผนกบริการน้ำประปาประจำเขต/อำเภอที่อาศัยอยู่ทราบก่อนวันย้ายเข้าและย้ายออก

เมื่อเกิดน้ำรั่ว จะต้องทำอย่างไร
ต้องรีบแจ้งให้แผนกบริการน้ำประปาประจำเขต/อำเภอที่อาศัยอยู่

ค่าน้ำ และการชำระเงินเป็นอย่างไร
ค่าน้ำจะประกอบด้วยค่าใช้พื้นฐาน และค่าน้ำตามปริมาณที่ใช้ โดยจะเรียกเก็บเป็นรายเดือน หรือ 2 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ซึ่งใช้น้ำบาดาล ค่าน้ำก็จะแตกต่างกันไป
การชำระเงินมี 2 วิธีคือตัดจากบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ ซึ่งใบแจ้งจะส่งมาภายหลัง และการรับใบแจ้งไปจ่ายผ่านธนาคาร หรือที่ทำการไปรษณีย์ หรือที่ว่าการเมืองหรือเขต/อำเภอ

ขอโทรศัพท์ใหม่ ย้าย หรือเปลี่ยนชื่อเจ้าของ ควรทำอย่างไรบ้าง
ติดต่อที่ NTT สำหรับการขอติดตั้งโทรศัพท์ใหม่นั้น จำเป็นต้องกรอกใบสมัครที่สำนักงาน NTT โดยนำเอกสารยืนยันชื่อและที่อยู่ของผู้ขอไปด้วย คือบัตรประจำตัวคนต่างชาติหรือหนังสือเดินทาง สำหรับการติดต่อขอย้ายโทรศัพท์อาจสามารถทำได้ทางโทรศัพท์ เพียงแต่แจ้งที่ที่ต้องการย้ายไปพร้อมกับวันเวลาซึ่งจะเป็นการจองบริการย้ายโทรศัพท์ล่วงหน้า ส่วนการเปลี่ยนชื่อเจ้าของโทรศัพท์นั้น เจ้าของเดิมและเจ้าของใหม่จำเป็นต้องเขียนคำร้องที่สำนักงาน NTT โดยเจ้าของใหม่ต้องนำหลักฐานไปยื่นเพื่อยืนยันชื่อและที่อยู่ตนเองด้วย ได้แก่ บัตรประจำตัวคนต่างชาติหรือหนังสือเดินทาง และเจ้าของคนเก่าต้องทำตราประทับ (อินคัง) ที่ลงทะเบียนไว้ไปด้วย

ค่าโทรศัพท์ และการชำระเงินเป็นอย่างไร
ค่าโทรศัพท์จะประกอบด้วยค่าเช่าวงจรโทรศัพท์ และค่าโทรศัพท์ตามอัตราการโทรตามระยะทางและระยะเวลาที่ใช้ โดยจะเรียกเก็บเป็นรายเดือน การชำระเงินมี 2 วิธีคือตัดจากบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ ซึ่งใบแจ้งจะส่งมาภายหลัง และการรับใบแจ้งไปจ่ายผ่านธนาคาร หรือที่ทำการไปรษณีย์ หรือที่สำนักงาน NTT หรือที่ร้านสะดวกซื้อที่มีความตกลงกับ NTT

การโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศจากญี่ปุ่น และการโทรไปญี่ปุ่น ต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนในการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศจากญี่ปุ่น คือ
1) กดรหัสการโทรออกนอกประเทศ เช่น 001 (หรือรหัสของบริษัทอื่นที่ให้บริการ)
2) กดรหัสประเทศ (ประเทศไทยกด 66)
3) กดรหัสเมืองหรือจังหวัดปลายทางหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ (ถ้ากรณีมีเลข 0 อยู่ข้างหน้าให้ตัดทิ้ง เช่น กรุงเทพฯ รหัส 02 กดเพียง 2 หรือโทรศัพท์มือถือรหัส 01 กดเพียง 1 เป็นต้น)
4) กดหมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง (อาจต้องกดตามด้วยเครื่องหมาย # ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ใช้บริการ)

ขั้นตอนการโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศไปญี่ปุ่น คือ
1) กดรหัสการโทรออกนอกประเทศ เช่น 001 (หรือรหัสของบริษัทอื่นที่ให้บริการ)
2) กดรหัสประเทศ (ประเทศญี่ปุ่นกด 81)
3) กดรหัสเมืองหรือจังหวัดปลายทางหรือเบอร์โทรศัพท์มือถือ (ถ้ากรณีมีเลข 0 อยู่ข้างหน้าให้ตัดทิ้ง เช่น โตเกียว รหัส 03 กดเพียง 3 หรือโทรศัพท์มือถือรหัส 090 กดเพียง 90 เป็นต้น)
4) กดหมายเลขโทรศัพท์ของปลายทาง (อาจต้องกดตามด้วยเครื่องหมาย # ขึ้นอยู่กับบริษัทที่ใช้บริการ)

นำโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในประเทศไทยไปใช้ในญี่ปุ่นได้หรือไม่
จะต้องติดต่อขอปรับระบบสัญญาณกับบริษัทผู้ให้บริการก่อนนำไปใช้

นำโทรศัพท์มือถือจากญี่ปุ่นไปใช้ในประเทศไทยได้หรือไม่
เป็นบริการเสริมของบางบริษัทเท่านั้น

การใช้บริการรถแท็กซี่ คิดค่าบริการอย่างไร
ค่าโดยสารจะแตกต่างไปแต่ละพื้นที่ ส่วนใหญ่แล้วอัตราจะเปลี่ยนไปตามระยะทางและระยะเวลาที่รถวิ่ง สำหรับในกรุงโตเกียวนั้น ส่วนใหญ่อัตราจะเริ่มที่ 660 เยน สำหรับ 2 กม.แรก (ถ้าเป็นรถเล็กจะคิด 640 เยน) เมื่อรถวิ่งเกินระยะทาง 2 กม.ค่าโดยสารจะเพิ่มเป็นสัดส่วนกับระยะทาง นอกจากนี้ หากรถวิ่งช้ากว่า 10 กม. ต่อชั่วโมง ค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 80 เยน ทุกๆ 1 นาที 45 วินาที และถ้าใช้บริการรถแท็กซี่ระหว่างเวลา 22.00-05.00 ค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 20% จากอัตราปกติ



หน้าหลัก | แผนผังเว็บไซต์ | เวลาทำการและแผนที่ | เชื่อมโยงเว็บไซต์
  All Rights Reseved.Technical troubles, please contact webmaster@thaiembassy.jp